Sunday, January 23, 2011

ตะลุย Kuala Lumpur กับภารกิจพิชิต vincci ภาค 1

แอร๊ยยย >.< ตั้งชื่อเอนทรี่ซะอย่างกับรายการเกมส์โชว์ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องแข่งกันพิชิตด่านต่างๆยังไงยังงั้น แต่ขอบอกว่าดีใจมากกกกที่ได้ไฟลท์ไปกัวลา เนื่องจากว่าครั้งที่แล้วไปแล้วติดใจ vincci มากกกก เนื่องจากรองเท้ากะแว่นตาน่าร้ากกก และราคาน่าร๊ากกกกยิ่งกว่า 5555การได้ไปกัวลาครั้งนี้จึงเพื่อกลับไปร้านนี้โดยเฉพาะเชียว อร๊ายยยย ตื่นเต้ลลลล └( ̄▽ ̄)>

โรงแรมที่เค้าจัดให้พักชื่อว่า Pan Pacific ซึ่งเป็นโรงแรมในแอร์พอร์ตนั่นแหละ เข้ามาก็จะเป็นแบบนี้
เมื่อมองเข้ามา


เมื่อมองออกไป

แถมไปกัวลาครั้งนี้รู้สึกจะเป็นเลย์โอเวอร์ (การที่เราได้นอนค้างที่เมืองนั้นๆ) ที่ยาวที่สุดตั้งแต่บินมาเลยมั้ง (ยกเว้นไฟลท์กรุงเทพ-ฮานอยน้า) เนื่่องจากได้อยู่ที่นั่นตั้งเกือบสามวันแน่ะ เนื่องจากมันเป็นกัวลา-ภูเก็ตน่ะเอง เราบินไปถึงกัวลา เลยได้พัก 1 วัน วันรุ่งขึ้นทำกัวลา-ภูเก็ต ภูเก็ต-กัวลา แล้วก็ได้พักอีก 1 วัน แล้วดึกๆคืนนั้นก็ทำไฟลท์กลับ ก็เลยมีเวลาออกช็อปปิ้งกันสองวันเลยทีเดียว ≧▽≦

ไปถึงวันแรกวันที่ 16 ตอนประมาณ 9.30 น. ซึ่งทุกคนจะเหนื่อยกันมากเนื่องจากเป็นไฟลท์ยาว เลยนัดกันว่าเดี่ยวลงมาเจอกันซักประมาณบ่ายโมงครึ่งละกัน นอนเอาแรงกันก่อน นัดกันเสร็จสรรพก็เลยขึ้นมาบนห้อง
ห้องเตียงคู่ เล็กๆ น่ารัก


และเนื่องจากว่ามีเวลาอีกแค่ 4 ชม. และเราเป็นคนที่ถ้าเหนื่อยมากๆแล้วนอนเนี่ย ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น เราก็เลยไม่นอนดีกว่า เนื่องจากว่าอยากไปช็อปจัด 555 ก็เลยสั่งรูมเซอร์วิสขึ้นมากินดีกว่า จำได้ว่าตอนไปจากาตาร์ ตอนที่กินนาสิโกเรงที่นั่น พี่ๆเค้าคุยกันว่าที่กัวลาก็มี เราก็เลยเปิดเมนูดู เออ มันมีจิงๆด้วยเว้ย เลยสั่งมาลองกินดูซักหน่อยว่าจะอร่อยสู้ที่จากาตาร์ได้มั้ย ราคาก็ 41 ริงกิต ได้ลดยี่สิบเปอเซนต์เลยเหลือสามสิบกว่าๆ ก็ไม่ได้แพงโอเว่อร์ เลยจัดมาซะหน่อย
ออกมาน่าตาเป็นแบบนี้


หน้าตาคล้ายกันมาก แอบกลับไปดูรูปที่จากาตาร์ได้นะ ฮ่าๆๆ



น่าตาก็ออกมาเป็นแบบนี้ คล้ายๆกัน แต่ว่าข้าวผัดของที่นี่จะไม่เผ็ด เนื่องจากมีน้ำพริกถ้วยเล็กๆแยกมาให้ต่างหาก และที่นี่ก็ไม่มีกุ้งชุบแป้งทอดมาให้ด้วยนอกนั้นรวมๆแล้วเหมือนกัน หลังจากลองชิมดูแล้ว อยากบอกว่าที่จากาตาร์อร่อยกว่าง่ะ -*- เนื่องจากข้าวผัดของที่นั่นมันเข้มข้นมากกว่าอ่ะน่ะ แต่ของที่นี่จืดอะ ถึงแม้ว่าเราจะใส่น้ำพริกนั่นจนหมดแล้วก็ตาม แต่รวมๆก็พอกินได้ ไม่ได้แย่อะไรมากมาย ก็ยังดีที่มีให้กินอ่ะนะ ไม่งั้นก็ไม่รู้จะสั่งอะไรมากิน นอกจากเบอร์เกอร์โลดดด ตล๊อดดด

หลังจากกินไรเสร็จสรรพก็นั่งเล่นเนตรอเวลา โรงแรมที่นี่ดีอะ ให้เล่นเนตฟรีด้วยแหละ เค้ามีสายแลนให้ต่อก็เล่นได้เลย แอร๊ยยยย ประทับใจมากกก ไม่งกเหมือนบางที่ เชอะๆๆ (จำได้เลย เชอราตันที่มิลาน wi-fi ชั่วโมงละ 36 ยูโร จ๊ากกกกกกกกก @[]@!!  แกจะบร้าหรอออออ อย่างนี้มันต้องแฉ 555 สะจายยยยย )

แถมโรงแรมนี้มี crew lounge ด้วย ไม่งก ชิๆๆๆ (ได้กัดโรงแรมหลายๆที่ๆงกเหลือเกิน 555 มีฟามสุข  )

แถมอยู่ชั้นแปด ชั้นเดียวกะห้องเราเลยยย เสร็จตรู 555

เดินเข้ามาก็เจอทางแยกให้เลือก ฮ่าๆๆๆ

มีโต๊ะทานข้าว (แต่ไม่มีใครมา อิอิ)

-
มีโต๊ะพูล (แต่ไม่มีใครเล่น ฮ่าๆ) ทุกคนเหนื่อยจัด


แถมมีชากาแฟ และเนตให้เล่นฟรีๆด้วย (โรงแรมไหนไม่มีปรับปรุงตัวเองด่วนนะยะ 555)


ก่อนเวลา 5 นาที เราก็ลงไปข้างล่าง ก็ลุ้นๆว่ามันจะลงมากันไหม เพราะเห็นพวกหนุ่มๆเปรยๆว่าจะไปเที่ยวกันคืนนี้ ไอ้เราก็ไม่ได้อยากไปเที่ยวเท่าไหร่ เปลืองตังค์ ก๊ากกกกกกก >.< (เผยไต๋) เอาตังค์ไปช็อปปิ้งดีกั่ว แถมเราก็อยากไปกินบะหมี่เป็ดร้านนึงในเมือง ครั้งที่แล้ว (ตอนที่มาสมัครแอร์ตอนนั้น) มกินแล้วอร่อยม๊ากกก เลยกะจะไปกินอีก ใจนึงก็เลยแอบๆหวังว่าถ้าไม่มีใครลงมา จะได้ไปคนเดียวจะได้ช็อปกะไปกินได้คนเดียวชิวๆ ไปกะผู้ชายท่าทางจะช็อปไม่สนุก แต่ถ้าไม่มีใครลงมาก็แอบงงๆว่าจะไปคนเดียวได้ไหมหว่า ไม่เค๊ย ไม่เคย

 สรุป รอจนถึงเวลา ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะลงมา ก็เลยขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มิดชิดหน่อย เนื่องจากไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ได้หรอก ต้องปลอดภัยไว้ก่อน ต่างบ้านต่างเมืองด้วย ก็เลยต้องออกคนเดียวด้วยประการฉะนี้ เวลานั้นก็ประมาณบ่ายสองได้แล้ว (แฮ่มๆๆๆ แอบโกรธนะยะ นัดกันไว้ซะดิบดี แต่แล้วไม่ลงมา ให้ชั้นนั่งถ่างตาไม่หลับไม่นอน รอเวลา รู้งี้ชั้นไม่ออกตั้งนานแล้วหรอออ !!! เฮ่อ ไม่เป็นไร คราวหน้าคราวหลังถ้าออกคนเดียวได้เพราะรู้ทางแล้ว ก็จะออกคนเดียวแล่ว ฮึ่ยๆๆๆ

โรงแรมก็มีรถบริการจากโรงแรมเข้าตึกแอร์พอร์ต นั่งประมาณ 30 วิก็ถึง 555


ก็เลยเดินลงไปถามประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าจะเข้าเมือง จะไปยังไงได้บ้าง ก็ได้ความมาว่ามีรถไฟในแอร์พอร์ตเลย 35 นาที 35 ริงกิต (350 บาท) ซึ่งเมื่อก่อนลูกเรือจะได้ส่วนลด เหลือแค่ 15 ริงกิต แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ได้แล้ว กับอีกทางคือรถบัส 1 ชม. 10 ริงกิต แต่ถ้าเป็นลูกเรือเหลือแค่ 5 ริงกิต (จ๊ากกกก >[]< 50 บาทน่ะเหรอ)

ตอนแรกก็กะจะไปรถไฟ เพราะเร็วดี ไป-กลับจะได้ไม่เสียเวลา จะได้ไม่ต้องกลับคนเดียวมืดๆค่ำๆ ก็ยืนคิดตรงเคาน์เตอร์อยู่พักนึง ไปไงดีวะ แต่คิดไปคิดมา เอ รถไฟ ไป-กลับ 700 บ. กะรถบัส 100 เดียว เหลือส่วนต่างตั้ง 600 บ. เอาไปซื้อรองเท้าวินชี่ได้เกือบคู่เลยนะน่ะ คิดได้ดังนั้นก็ "เอ่อๆ คุณคะ ท่ารถนี่ไปทางไหนคะ" 55555555

โชคดีที่ท่ารถบัสอยู่ใกล้นิดเดียว เดินสองนาทีถึงเลย ก็ขึ้นไปบนรถบัส รอเวลารถออกอีกครึ่งชม. รถก็ออกไปในเวลา 14.30 และเราก็มาถึง KL Sentral ในเวลาบ่ายสามครึ่งพอดี จากนั้นก็ไปต่อรถไฟ เพื่อไปตึก Petronas หรือตึกแฝดนั่นแหละ เพราะร้านที่เราจะไป มันอยู่ในห้างในตึกแฝดนั่นแหละ แต่วันนี้ ไม่ได้พกกล้องมาด้วยเพราะกะมาถือข้าวของพะรุงพะรัง กะรีบช็อปรีบกลับ กะอีกอย่าง ตอนที่มาครั้งที่แล้ว ถ่ายรูปกะตึกแฝดมาประมาณสามพันรูปได้ 5555 เลยไม่ตื่นเต้นแล้ว

ก็นั่งรถไฟจากสถานี้ KL Sentral มาที่ KLCC ด้วยราคาแค่ 1.60 ริงกิต (นั่งประมาณห้าหรือหกสถานีเนี่ยแหละ จำไม่ได้อ่ะ แค่ 16 บาทเอง ถูกม๊ากๆ)

สุดท้ายก็มาถึงตึกแฝดในราคา 56 บาท ภูมิใจมั่กๆ 555

จริงๆแล้ว นอกจากร้าน vincci แล้ว ก็มีอีกร้านนึงที่ทำให้อยากออกมาที่นี่ นั่นก็คือร้าน Sasa เป็นเหมือนร้านขายเครื่องสำอางค์ยี่ห้อทั่วๆไป กะพวกของคิขุน่ารักจากญี่ปุ่น ซึ่งครั้งที่แล้วเรามาซื้อร่มของที่นี่ไป คือมันน่ารักมากกก และเป็นแบบ limited edition ด้วย แต่ด้วยความ...ส่วนตัว ก่อนกลับเมืองไทยคราวนั้นเราลืมไว้บนรถบัสน่ะแหละ ไม่ได้เอากลับมาด้วย เสียใจคอดๆๆ
︶︹︺ คราวนี้ก็เลยอยากกลับมาเมียงๆมองที่ร้านอีก เผื่อว่ามันจะมีร่มที่คล้ายๆกันแบบนั้น

เมื่อมาถึงห้างก็ตระเวนหาร้านวินชี่ก่อนเลยจ้า ช่างบังเอิญเสียจริงที่ห้างทั้งห้างกะลังเซลด้วยเนื่องจาก chinese new year อะไรนี่แหละ ว้าวๆๆๆ เข้าทางแล้วตรู 5555
|
|
|
|
แต่ปรากฎว่า..............ว่า.............!!!
|
|
|
|
เดินหาอยู่เป็นชม.ทั้งวินชี่ทั้งซาซ่า หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ อ๊ากกกกกกกกก >[]<
ม่ายยยย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ก็เลยเดินเข้าร้าน vincci accessories ที่มันจะมีแค่กระเป๋า แว่นตากะเครื่องประดับของวินชี่ ยกเว้นรองเท้า ก็ถามเค้าว่า ร้านรองเท้าวินชี่มันอยู่ตรงไหนคะ พนักงานก็บอกมาว่า..............ว่า...................
|
|
|
|
"ร้านวินชี่ปิดไปแล้วค่ะ"
|
|
|
|แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย!  @#@$%^%^&**#@!# ม่ายจริ๊งงงงงงงง

T_T เสียจายยยย ตรูอุตส่าห์มาเพื่อร้านนี้
|
|
|
|
แต่ไม่เป็นไร ฮึดสู้เว้ย 555 เหลือร้านซาซ่าอีกร้านนึง ยังโอเค ก็เดินหาอีกพักนึงก็ไม่เจอ เลยกะจะถามประชาสัมพันธ์ เดินหาก็ไม่เจออีก ห้างมันซอกแซกพิกล มีทางออกกี่ทางก็ไม่รู้ เลยถามยาม ยามบอกก็เดินไปทางขวานั่น เลี้ยวแล้วเจอเลย เอ้า ก้เดินกันไป พอไปถึง ก็แบบ ไหนวะ ประชาสัมพันธ์ โอ้ยยยย จะเป็นลม มันจะเจออะไรบ้างไหมเนี่ยย ก็เลยถามคนแถวนั้นว่าซาซ่าอยู่ชั้นไหนคะ
|
|
|
|
ซาซ่าปิดไปแล้วค่ะ (ตรึ๊ง!)
|
|
|
|
T_T


นั่งรถมาไกลมาก ต้องต่อรถไฟมาอีก มาถึงก็เดินซะลมแทบจับ เพื่อจะได้รู้ว่ามันปิดไปแล้วทั้งสองร้าน!!!

แอร๊ยยยยยยยยยยยยย

ขอกลับไปพักเหนื่อยที่โรงแรมแป๊บ พร้อมกับหาวิธีไปวินชี่ให้ได้ วันหยุดก็เหลืออีกหนึ่งวัน เป็นไงเป็นกันวะ ยังไงก็ต้องหาวินชี่และซาซ่าให้เจอให้ด้ายยยยยยยยยยยยย


แล้วเจอกันภาค 2 ค่ะ
Icon Mini

No comments:

Post a Comment

Post a Comment